ผมเป็นครูหน้าที่คือสอนเด็กให้เข้าใจในเนื้อหาของวิชาที่รับผิดชอบ
และจากประสบการณ์ก็พบว่าการที่เราจะสอนให้เด็กเข้าใจหรือไม่เข้าใจนั้น
ระดับความยากของเนื้อหาเป็นเพียงปัจจัยเล็กน้อยปัจจัยหนึ่งเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้การสอนนั้นมีประสิทธิภาพนั้นก็คือ
การมีเป้าหมายในนการเรียนเรื่องนั้นๆเป็นอันดับแรกก่อน ฮักชา
การมีเป้าหมายในการเรียนนั้นก็คือการให้เหตุผลว่าสิ่งที่กำลังเรียนอยู่นี้เราเรียนไปเพื่ออะไร
และทำไมเราจะต้องเรียนเรื่องนี้ด้วย เมื่อเด็กมองเห็นประโยชน์ว่าเรียนเรื่องนี้แล้วจะเป็นยังไงบ้างในอนาคตเขานั้นก็จะมุ่งสมาธิมาที่การเรียนทำให้เขาสามารถที่จะรับสารที่เรานั้นส่งออกไปได้ดีขึ้น
แต่ถ้าเขาไม่เข้าใจหรือว่าไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเดียวกับเราเขาก็จะไม่สนใจที่จะฟังไม่มีความสนใจที่จะเรียน
ก็เหมือนเป็นการปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารของเขานั้นเอง
และเมื่อกระแสความรู้ที่เรานั้นส่งไปยังเข้าไปไม่ถึงตัวเขาเลย
โอกาศที่เขานั้นจะเข้าใจเรื่องนั้นๆก็แทบจะไม่มีเลย
อีกเรื่องที่ทำให้เด็กนั้นเข้าใจได้มากขึ้นนั้นก็คือการเชื่อมโยงจากความรู้เดิมที่เขานั้นมีอยู่แล้ว
บางครั้งคนที่ทำการสอนอาจจะคิดไปเองว่าเด็กนั้นรู้เรื่องนี้เรื่องนั้นอยู่แล้วก็เลยไม่ได้ทำการทบทวนเรื่องเดิมซึ่งเป็นพื้นฐานในการเรียนเรื่องที่กำลังสอนอยู่ในปัจจุบัน
และเด็กก็จะไม่กล้าถามและเมื่อพวกเขาเริ่มไม่เข้าใจตั้งแต่ต้นพวกเขาก็จะเริ่มต่อต้านและไม่สนใจที่จะเรียนอีกต่อไป
นี้คือเรื่องหนึ่งที่ทำให้การศึกษาของเรายังไม่ได้ ฮักชา
คุณภาพมากพอ
และอีกอันหนึ่งนั้นก็คือเด็กแต่ละคนมีความสามารถในการเรียนรู้ได้ต่างกันมีพื้นฐานในเรื่องนั้นแตกต่างกันการที่ชั้นเรียนมีจำนวนเด็กนักเรียนมากเกินไปนั้นก็อาจจะเป็นการแบ่งแยกเด็กที่เข้าใจและไม่เข้าใจให้แยกออกจากกันมากยิ่งขึ้นเพราะว่าครูก็จะไม่สามารถที่จะสอนเด็กนักเรียนทุกคนตามเรื่องที่แต่ละคนไม่เข้าใจได้
ส่วนมากก็จะสอนเนื้อหาตามที่กลุ่มเด็กเรียนนั้นเข้าใจ
วิธีการแก้ไขก็คืออาจจะมีการสอนซ่อมโดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มตามเนื้อหาที่เขานั้นเข้าใจอย่างนี้จะทำให้เขาสามารถที่จะถามเรื่องที่ไม่เข้าใจได้ดีกว่าเพราะบางทีการทีเด็กที่เรียนอ่อนกว่าเข้าไปอยู่ในกลุ่มของเด็กที่เรียนได้ดีกว่าบางครั้งเขาก็ไม่กล้าที่จะถาม
เพราะว่ากลัวว่าเรื่องที่ตัวเองถามนั้นจะฟังดูไม่เข้าท่านั้นเองและก็อาจจะโดนเพื่อนมองด้วยสายตาที่แปลกๆนั้นเอง ฮักชา